หากลูกบ้านทะเลาะกัน นิติบุคคลสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

หากลูกบ้านทะเลาะกัน นิติบุคคลสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

หากลูกบ้านทะเลาะกัน นิติบุคคลสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

เมื่อเกิดปัญหากันเองของลูกบ้านหรือเจ้าของร่วม จากปัญหาเล็ก ๆ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องราวที่ลุกลามใหญ่โตได้ ทำให้เกิดเป็นคำถามว่านิติบุคคลจะสามารถจัดการเรื่องนี้หรือให้ความช่วยเหลือใดได้บ้าง เพราะถือเป็นคนกลางที่คอยจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ภายในโครงการหมู่บ้านหรือคอนโดมาอยู่แล้ว ซึ่งหน้าที่ของนิติบุคคลที่สามารถจัดการในเรื่องนี้ได้ คือ

  • การเป็นตัวกลางช่วยไกล่เกลี่ยระหว่างกับลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมทั้งสอง
  • เมื่อรู้ถึงสาเหตุแล้ว นิติบุคคลจะมีสิทธิ์ในการตักเตือนเบื้องต้นกับผู้ที่สร้างปัญหา
  • ให้การช่วยเหลือลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมที่เป็นผู้ถูกกระทำ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อคู่กรณี
  • ถ้าเป็นปัญหาการทะเลาะกันที่ลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมละเมิดกฎใด ๆ ที่ถูกระบุไว้ภายในระเบียบของโครงการหมู่บ้านหรือคอนโดมิเนียม นิติบุคคลสามารถทำการตักเตือนด้วยการออกเป็นจดหมายเตือนครั้งแรกได้และถ้ามีครั้งต่อไป สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายต่อได้เลย

ผู้ที่ถูกคุกคามจากเพื่อนบ้าน ควรทำอย่างไร

สำหรับผู้ที่มีปัญหากับเพื่อนบ้าน จนอาจกลายเป็นการทะเลาะวิวาทและถึงขั้นถูกคุกคาม ทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจต่อการอยู่อาศัย สิ่งที่คุณควรทำ คือ

  • ถ้าเป็นการสร้างปัญหาของเพื่อนบ้านหรือเพื่อนข้างห้องบ่อยครั้งมากขึ้น ให้คุณเข้าไปเตือนโดยตรงก่อน แต่ถ้าห่วงความปลอดภัยให้คุณเรียกเจ้าหน้าที่ รปภ.ติดตามไปด้วย
  • บอกกับทางเจ้าหน้าที่ รปภ.ให้เป็นผู้เตือนเพื่อนบ้านหรือห้องที่ก่อเหตุ สร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ
  • ถ้ามีการตักเตือนแล้วยังไม่ดีขึ้น ให้คุณแจ้งทางนิติบุคคลโดยตรง
  • ถ้าแจ้งทางนิติบุคคลจนมีการไกล่เกลี่ยกันแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือยังคงทำพฤติกรรมแบบเดิม ให้คุณแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย
  • ถ้าเป็นการทะเลาะวิวาทที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากทางฝั่งของคุณก่อน ให้โทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจัดการ

ถ้าคุณต้องเจอกับเพื่อนบ้านหรือเพื่อนข้างห้องที่ไม่มีความเกรงใจ ก่อให้เกิดปัญหาทั้งเสียงดังรบกวน, ความสกปรก หรือการทำพฤติกรรมใด ๆ ที่เป็นการคุกคามเพื่อนบ้านคนอื่น ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ คุณสามารถติดต่อทางนิติบุคคลเพื่อเข้ามาไกล่เกลี่ยและแจ้งเตือนเจ้าของบ้านได้เลย ถ้ายังไม่มีอะไรดีขึ้นจะสามารถแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายได้

ช่องทางการติดต่อ

หน้าที่ของนิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร กับคอนโด แตกต่างกันหรือไม่

หน้าที่ของนิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร กับคอนโด แตกต่างกันหรือไม่

เมื่อพูดถึงนิติบุคคลแล้วจะมีแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือนิติบุคคลของหมู่บ้านจัดสรรและนิติบุคคลของอาคารชุด ที่จะมีลักษณะการทำงานคล้ายคลึงกันแต่จะไม่เหมือนกันไปทั้งหมด โดยนิติบุคคลของอาคารชุดมี หน้าที่ตามกฎหมายมาตั้งแต่พ. รบอาคารชุดพ. ศ. 2522 ส่วนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีหน้าที่ตามพรบการจัดสรรที่ดินซื้อที่ดินจัดสรร พ. ศ. 2543 ดังนั้น จึงขอแจงลักษณะ หน้าที่ เหมือนและแตกต่างกันของทั้ง 2 นิติบุคคลดังนี้

1.หน้าที่คล้ายกัน

  • การรับชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางของสมาชิก ที่จะมีอำนาจในการเรียกเก็บด้านค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภค และบริการทางสาธารณะกับสมาชิกทุกคนที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านหรือภายในอาคารชุด
  • มีอำนาจในการกำหนดบทลงโทษต่อผู้ที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายของส่วนกลางได้
  • มีสิทธิ์ในการยื่นฟ้องลูกบ้านหรือเจ้าของร่วม ที่ติดค่าส่วนกลางมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป
  • มีอำนาจในการจัดสรรและกำหนดคณะกรรมการได้ โดยคณะกรรมการจะมาเป็นผู้ที่คอยควบคุมและจัดการ เรื่องราวต่าง ๆ ภายในหมู่บ้านหรืออาคารชุด จะมีลักษณะเป็นตัวแทนลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมทุกคน
  • มีหน้าที่ในการดูแลความเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัย ต่อผู้ที่อยู่ภายในโครงการหมู่บ้านหรืออาคารชุดทั้งหมด
  • มีหน้าที่ในการเรียกประชุมใหญ่และประชุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวภายในหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุดทั้งหมด
  • มีอำนาจในการอนุมัติเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ, การออกหลักฐานที่เกี่ยวกับการจ่ายเงิน-รับเงิน รวมไปถึงการทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำปีอย่างถูกต้องและการยื่นเสนอขออนุมัติจากผู้เป็นเจ้าของที่ดินจัดสรรหรือเจ้าของร่วมภายในอาคารชุด

2.หน้าที่ต่างกัน

  • การจัดตั้งนิติบุคคลและการจดทะเบียนตามกฎหมายของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร จะต้องมีมติจากที่ประชุมใหญ่ ของลูกบ้านที่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจากสมาชิกทั้งหมด โดยจะต้องมีความเห็นชอบร่วมกันแล้วมีการจัดตั้งตัวแทนเพื่อยื่นขอจดทะเบียนกับทางเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน
  • แต่ทางนิติบุคคลอาคารชุดเมื่อมีการยื่นจดทะเบียนและอาคารสร้างเสร็จสิ้นแล้ว มีการยื่นจดทะเบียนห้องชุดห้องแรก จึงจะสามารถจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดได้
  • นิติบุคคลของหมู่บ้านจัดสรรไม่มีคำว่าผู้จัดการ แต่จะเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเท่านั้น
  • ส่วนนิติบุคคลอาคารชุดจะไม่มีคณะกรรมการควบคุมจัดการ แต่จะมีเพียงผู้แทนหรือผู้จัดการของนิติบุคคลเท่านั้น
  • นิติบุคคลของหมู่บ้านจะมีกฎกระทรวงด้านการบริหาร การควบคุม และการยกเลิก
  • แต่นิติบุคคลอาคารชุดจะไม่มีกฎกระทรวงนี้ในการควบคุม
  • นิติบุคคลของโครงการหมู่บ้านจัดสรรสามารถทำการจดทะเบียนเพื่อยกเลิกได้ โดยจะเป็นการขอมติจากที่ประชุมใหญ่ของลูกบ้านตามข้อกำหนดกฎหมาย
  • ส่วนนิติบุคคลของอาคารชุดจะสามารถจดทะเบียนยกเลิกได้ ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้ไปขอยกเลิกเองกับทางเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน หรือเป็นการถูกเวนที่ดินคืนเท่านั้นจึงจะยกเลิกได้
  • มติด้านการปรับเปลี่ยนค่าบำรุงรักษาต่าง ๆ ภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร จะสามารถทำได้โดยนิติบุคคลและคณะกรรมการของหมู่บ้านที่จะต้องเห็นชอบผ่านที่ประชุมใหญ่
  • ส่วนนิติบุคคลของอาคารชุดจะมีการเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายได้ จะต้องมีการปรึกษาเจ้าของร่วมและจะต้องอาศัยมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของคะแนนเสียงเท่านั้น

ถ้าคุณสงสัยว่าหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและนิติบุคคลอาคารชุดจะแตกต่างกันอย่างไร? สามารถอ่านรายละเอียดได้จากภายในบทความนี้ ซึ่งความเหมือนและความแตกต่างนั้นถูกบัญญัติออกมาค่อนข้างชัดเจน เพราะบทบาทของนิติบุคคลทั้ง 2 รูปแบบจะแตกต่างออกไปตามขนาดพื้นที่และการใช้ชีวิตภายในสังคมนั้น ๆ

ช่องทางการติดต่อ

หากต้องการขายบ้าน คอนโด ต้องแจ้งนิติบุคคล หรือไม่

หากต้องการขายบ้าน / คอนโด ต้องแจ้งนิติบุคคล หรือไม่

หากต้องการขายบ้าน / คอนโด ต้องแจ้งนิติบุคคล หรือไม่

หนึ่งในคำถามที่ผู้มีบ้านหรือคอนโดและต้องการขายรู้สึกสงสัยกันมากที่สุด คือ เมื่อทำการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว จำเป็นจะต้องแจ้งทางนิติบุคคลหรือไม่? สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่าต้องแจ้ง เพื่อให้คุณได้รับใบปลอดหนี้มายืนยันกับทางผู้ซื้อ ที่จะช่วยทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น พร้อมทำให้บ้านหรือคอนโดของคุณขายได้ง่ายและรวดเร็วอีกด้วย

การอยู่อาศัยทั้งหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม เมื่อมีการซื้อขายจะต้องมีการแจ้งกับทางนิติบุคคล เพื่อรับใบปลอดหนี้แล้วนำไปยืนยันกับทางผู้ซื้อว่าผู้ขายไม่มีการติดหนี้ค่าส่วนกลางแต่อย่างใด เพราะถ้ายังคงมีหนี้ของส่วนกลางค้างอยู่จะไม่สามารถขายอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ออกไปได้ เนื่องมาจากข้อกฎหมายที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในเรื่องเจ้าของบ้านที่ไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลางและมีการติดหนี้มากกว่า 3-6 เดือนขึ้นไป ทางนิติบุคคลมีอำนาจในการระงับบริการอุปโภคและบริโภคต่าง ๆ ที่เป็นส่วนกลางของหมู่บ้านหรือคอนโดได้ทั้งหมด

ทั้งยังสามารถยื่นฟ้องเพื่อไม่ให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์สามารถขายได้ ดังนั้นถ้าคุณต้องการขายบ้านหรือคอนโดให้เป็นไปอย่างราบรื่น คุณจึงควรต้องเคลียร์ค่าใช้จ่ายในเรื่องส่วนกลาง แจ้งกับทางนิติบุคคลให้เรียบร้อย และรับใบปลอดหนี้มาเพื่อ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมทำให้ขายอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต

นอกจากนี้ถ้าผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติ เจ้าของจำเป็นจะต้องแจ้งทางส่วนกลางด้วยเช่นกัน เพื่อทำให้เกิดการตรวจสอบการซื้อขายว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มของคอนโดมิเนียมที่ผู้ซื้อจะเป็นเจ้าของร่วมกับผู้ขายและนิติบุคคล ดังนั้นไม่ว่าจะกระทำการใด ๆ จึงจำเป็นต้องแจ้งกับทางนิติบุคคลทุกเรื่อง เพื่อให้การโอนกรรมสิทธิ์ไปสู่เจ้าของใหม่เป็นเรื่องที่ถูกต้องมากที่สุด

ช่องทางการติดต่อ

งานด้านบัญชีของนิติบุคคล สามารถจัดการเองได้หรือไม่

งานด้านบัญชีของนิติบุคคล สามารถจัดการเองได้หรือไม่

งานด้านบัญชีของนิติบุคคล สามารถจัดการเองได้หรือไม่

การทำงานด้านบัญชีของนิติบุคคลนั้นสามารถจัดการได้เอง แต่จะทำได้แค่เพียงส่วนที่ถูกกำหนดไว้ตามกฎหมาย เมื่อใดที่จะต้องมีการตรวจสอบบัญชีก็จะต้องทำงานร่วมกับผู้ตรวจสอบบัญชีอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยงานด้านบัญชีของนิติบุคคลที่สามารถจัดการได้เอง คือ

  • การจัดทำบัญชีเก็บค่าส่วนกลาง ที่จะเป็นค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาและค่าสาธารณูปโภคโดยรวมของลูกบ้าน
  • ทำบัญชีค่าปรับของลูกบ้านที่มีการจ่ายค่าส่วนกลางล่าช้า เมื่อใดที่มีลูกบ้านไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง นิติบุคคลสามารถระงับการจดทะเบียนนิติกรรมและสิทธิ์ต่าง ๆ ได้
  • การจัดเตรียมบัญชีธนาคาร เพื่อแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งการโอนเข้าและออก รวมไปถึงการแจกแจงค่าใช้จ่ายที่จะต้องจัดทำมาเป็นเอกสารให้กับทางผู้จัดทำบัญชี

สำหรับผู้จัดทำบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีนิติบุคคล จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาแล้ว โดยจะต้องมีคุณสมบัติและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตรงตามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้กำหนดไว้ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเรื่องภาษาไทยชัดเจนและมีความรู้ด้านบัญชี พร้อมการสอบเป็นผู้จัดทำบัญชีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องไม่เคยต้องโทษใด ๆ เกี่ยวกับกฎหมายด้านบัญชีมาก่อน สามารถควบคุมดูแลด้านบัญชีและมาตรฐานเกี่ยวกับบัญชีให้ตรงความเป็นจริงและจะต้องถูกต้องทุกส่วน

สำหรับบัญชีที่จะต้องมีการจัดทำ คือ บัญชีรายวัน, บัญชีเงินสด, บัญชีเงินฝากธนาคาร และบัญชีคงคลัง โดยจะต้องมีรายละเอียดของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ชัดเจน มีการแยกประเภทของรายได้และรายจ่ายไว้ครบถ้วน มีการแยกประเภทบัญชีลูกหนี้และเจ้าหนี้ รวมไปถึงหน้าบัญชีจะต้องมีรหัสอ้างอิงและมีเอกสารเกี่ยวกับบัญชี รวมไปถึงเอกสารการใช้จ่ายและการรับเงินอย่างครบถ้วน เพื่อนำไปสู่การยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต่อไป

ช่องทางการติดต่อ

การประชุมลูกบ้าน

การประชุมลูกบ้านของคอนโดจัดสรร นิติบุคคล มีหน้าที่อะไรบ้าง

การประชุมลูกบ้านของคอนโดจัดสรร นิติบุคคล มีหน้าที่อะไรบ้าง

การอยู่อาศัยร่วมกันของผู้ที่อยู่ภายในคอนโดมิเนียม ต้องมีการพึ่งพาอาศัยและร่วมกันดูแลส่วนกลาง พร้อมการดูแลความปลอดภัยซึ่งกันและกัน เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาอันตรายใด ๆ ภายในคอนโด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อดูแลความเรียบร้อยโดยรวมและความปลอดภัยของลูกบ้าน พร้อมการทำหน้าที่สำคัญในการประชุมของลูกบ้านคอนโดที่ส่วนของนิติบุคคลจะต้องทำหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • จัดทำและกำหนดนโยบายเพื่อนำเสนอในที่ประชุม โดยจะต้องอยู่ภายในขอบเขตของกฎหมาย แล้วนำมาสู่การปฏิบัติจริงต่อไป
  • วินิจฉัยคำร้องและเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งภายในคอนโด เพื่อนำมาสู่การไกล่เกลี่ยที่จะต้องอยู่ภายในขอบเขตของกฎหมายเช่นกัน
  • นำเสนอและพิจารณาเรื่องการอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับส่วนกลางทั้งหมด โดยจะต้องเน้นสภาพความเป็นจริงของผู้ที่อยู่อาศัยภายในคอนโดหรือเจ้าของร่วมให้มากที่สุด
  • อำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านสำหรับการเข้าประชุมและการเลือกตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน
  • มีอำนาจในการเรียกประชุมที่จะเป็นไปตามข้อบังคับทางกฎหมาย สามารถขอมติด่วนจากเจ้าของร่วมเมื่อเกิดเหตุที่จำเป็นขึ้น
  • นิติบุคคลคอนโดจะเป็นผู้ที่พิจารณาในเรื่องต่าง ๆ ด้วยการขอมติคะแนนเสียงจากทางคณะกรรมการ พร้อมการพิจารณาเรื่องของการผ่อนผัน, การไกล่เกลี่ย, การลด หรือการงดต่าง ๆ ตามมาตรการที่คอนโดนั้น ๆ จัดตั้งขึ้น
  • นิติบุคคลจะมีอำนาจตัดสินและชี้ขาดเจ้าของร่วม ที่มีการกระทำไม่ถูกต้องจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่อยู่อาศัยภายในคอนโดมิเนียมด้วยกัน
  • พิจารณาเรื่องการต่อเติม ตกแต่ง และการซ่อมแซมใด ๆ ที่เจ้าของร่วมต้องการทำ เพื่อไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยคนอื่น โดยจะต้องยึดหลักทางกฎหมายและกฎระเบียบอาคารชุดเป็นหลัก

การเข้าประชุมของลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมภายในคอนโดมิเนียมกับทางนิติบุคคล มีความสำคัญมากเพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการดูแลส่วนกลางและผู้อยู่อาศัยภายในคอนโดมิเนียมทั้งหมด ถ้ามีมติที่ดี มีการจัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัยและเจ้าของร่วมทุกคนอยู่ภายใต้กฎระเบียบ ย่อมทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ทำให้เกิดความปลอดภัย จึงกลายเป็นชุมชนคุณภาพที่ส่งผลดีต่อผู้อยู่อาศัยทุกคนอย่างแน่นอน

ช่องทางการติดต่อ

การประชุมลูกบ้านของหมู่บ้านจัดสรร นิติบุคคล มีหน้าที่อะไรบ้าง

การประชุมลูกบ้านของหมู่บ้านจัดสรร นิติบุคคล มีหน้าที่อะไรบ้าง

การประชุมลูกบ้านของหมู่บ้านจัดสรร นิติบุคคล มีหน้าที่อะไรบ้าง

สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยภายในหมู่บ้านจัดสรร อาจจะรู้สึกสงสัยว่านิติบุคคลมีไว้เพื่ออะไร ทำไมถึงต้องมีการจัดตั้งผู้คนภายในหมู่บ้านขึ้นเป็นนิติบุคคลหรือจะต้องจ้างผู้ที่มีความรู้ ความสามารถมาทำเป็นนิติบุคคลโดยเฉพาะ คำตอบ คือ การซื้อหมู่บ้านจัดสรร ทางกฎหมายจะถือว่าคุณเป็นหนึ่งในสมาชิกของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงต้องมีส่วนร่วมและจะต้องมีการจ่ายค่าส่วนกลางรายเดือนให้กับนิติบุคคล เพื่อเป็นการร่วมดูแลในส่วนของสาธารณูปโภคและทรัพย์สินส่วนกลางของหมู่บ้านทั้งหมด ดังนั้นนิติบุคคลจึงถูกก่อตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ภายในหมู่บ้านจัดสรรจึงต้องมีการประชุมลูกบ้าน ที่ถูกเรียกว่าการประชุมใหญ่สามัญและการประชุมวิสามัญประจำปี เพื่อเป็นการลงคะแนนเสียงคัดเลือกนิติบุคคลและการประชุมในเรื่องต่าง ๆ เพื่อทำให้การดำเนินงานของนิติบุคคลเป็นไปอย่างถูกต้องและตรงตามความต้องการของลูกบ้านมากที่สุด ซึ่งการประชุมนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวช่วยกำหนดทิศทางหน้าที่ของนิติบุคคลอย่างชัดเจน พร้อมการหาแนวทางในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ภายในหมู่บ้านร่วมกัน โดยในการประชุมจะมีลูกบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านที่จะต้องเข้าประชุมอย่างครบองค์ประกอบ ส่วนตัวของนิติบุคคลจะมีหน้าที่ในการประชุม คือ

  • การรับผิดชอบตามข้อกำหนดของข้อบังคับที่มีร่วมกัน และเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องของการประชุมทั้งหมด
  • มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายแล้วนำไปปฏิบัติตามกำหนดและระเบียบต่าง ๆ พร้อมทำให้ถูกระเบียบและมาตรการที่อยู่ภายในขอบเขตของกฎหมาย
  • วินิจฉัยคำร้องและปัญหาความขัดแย้งภายในของลูกบ้าน โดยสามารถวินิจฉัยได้ทั้งในการไกล่เกลี่ยและการใช้ข้อกฎหมายร่วมด้วย
  • มีหน้าที่ในการอนุมัติ จัดการ หรือทำนิติกรรมต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • มีหน้าที่และอำนาจในการเรียกประชุมใหญ่ เมื่อมีเหตุจำเป็นและจะต้องขอความเห็นจากทางเจ้าของร่วม (ลูกบ้าน) โดยด่วน
  • มีหน้าที่ในการสรุปเรื่องราวต่าง ๆ ของที่ประชุมให้ออกมาชัดเจน เพื่อทำให้ทุกคำร้อง ทุกปัญหา และทุกเรื่องราวภายในโครงการหมู่บ้านถูกแก้ไขไปอย่างถูกต้อง เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
  • การสร้างโครงการต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกบ้านอย่างสูงสุด

สำหรับลูกบ้านแล้วจะถือว่าเป็นเจ้าของร่วม ดังนั้นจึงมีหน้าที่ในการเข้าประชุม ลงคะแนนเสียง และออกความคิดเห็น รวมไปถึงการร้องเรียนในเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่เป็นธรรมต่อตัวเองได้ทั้งหมด ที่สำคัญคือการจ่ายค่าส่วนกลางหมู่บ้านที่ถือเป็นเรื่องควรทำ เพราะจะช่วยในการบำรุงและรักษาระบบสาธารณูปโภคกับทรัพย์สินที่ใช้ร่วมกัน ทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกคนภายในหมู่บ้าน ดังนั้นถ้าออกมติในการจ่ายค่าส่วนกลางมาแล้ว จะต้องจ่ายอย่างตรงเวลา ไม่เช่นนั้นทางนิติบุคคลจะสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายต่อเจ้าของบ้านได้ด้วยเช่นกัน

ช่องทางการติดต่อ

บทลงโทษของลูกบ้านที่ไม่จ่ายค่าส่วนกลางมีอะไรบ้าง

บทลงโทษของลูกบ้านที่ไม่จ่ายค่าส่วนกลางมีอะไรบ้าง

บทลงโทษของลูกบ้านที่ไม่จ่ายค่าส่วนกลางมีอะไรบ้าง

การอยู่อาศัยร่วมกันที่ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรร จำเป็นที่จะต้องดูแลพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ของทุกฝ่าย ดังนั้นจึงมีการจัดเก็บค่าส่วนกลางของที่อยู่อาศัยเหล่านี้ เพื่อทำให้เกิดการดูแลที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นได้มากที่สุด คือ การที่ลูกบ้านไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง จึงไม่เป็นธรรมต่อบ้านที่จ่ายเป็นประจำและอาจจะสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา ทั้งยังพัฒนาสู่การเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจถึงขั้นฟ้องร้องกันเลยทีเดียว ดังนั้นลองมาดูบทลงโทษทางกฎหมายของลูกบ้านที่ไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง ดังนี้

  • ฝ่ายนิติบุคคลมีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายหรือค่าปรับหลังจากเกิดกรณีการชำระที่ล่าช้าเกินไป
  • ฝ่ายนิติบุคคลสามารถทำการระงับบริการในด้านต่าง ๆ ของทางหมู่บ้านต่อผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านและไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลางได้
  • ถ้ามีการค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน หรือ 6 เดือนจะถูกระงับเรื่องการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์และถูกอายัดที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง จึงจะไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ใด ๆ ในอนาคตได้
  • ถ้ามีการค้างชำระยาวนานอาจจะมีสิทธิ์ถูกยื่นฟ้องศาลได้
  • ถ้ามีการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จและยังไม่มีการชำระ จะนำไปสู่ขั้นตอนของการบังคับคดีและยึดทรัพย์ เพื่อทำการขายทอดตลาดแล้วนำมาจ่ายหนี้ของส่วนกลาง ซึ่งถือว่าเป็นโทษสูงสุด

ถ้าคุณต้องอยู่อาศัยภายในอาคารชุด, คอนโดมิเนียม หรือหมู่บ้านจัดสรร แล้วมีการจ่ายค่าส่วนกลาง คุณควรจ่ายเป็นประจำทุกเดือน เพื่อทำให้การอยู่อาศัยเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมการทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกคนที่อยู่ร่วมกัน แต่ถ้าคุณต้องเผชิญกับปัญหาค่าส่วนกลางที่ค้างไว้นาน ควรรีบพูดคุยกับทางนิติบุคคลเพื่อทำการผ่อนชำระ จะได้ไม่ต้องยุ่งยากไปจนถึงขั้นการฟ้องศาลหรือการดำเนินคดีทางกฎหมาย ที่อาจพาให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมากขึ้น

ช่องทางการติดต่อ

FB : Property Management Service

Website : http://www.pmserviceth.com/

กฎหมายหมู่บ้านจัดสรร มีอะไรบ้าง

กฎหมายหมู่บ้านจัดสรร มีอะไรบ้าง

กฎหมายหมู่บ้านจัดสรร มีอะไรบ้าง

โดยปกติแล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการบ้านจัดสรรโดยตรงจะมีเพียง พระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 โดยจะเน้นไปที่การจัดตั้ง นิติบุคคล การบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางและข้อบังคับให้สมาชิกทุกคนจ่ายค่าส่วนกลางในมาตรา 50 (แก้ไขเพิ่มเติมในปี 2558) เพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน โดยใจความสำคัญของกฎหมายมีดังต่อไปนี้

  1. ในการโฆษณาโครงการบ้านจัดสรรจะต้องตรงกันกับรายละเอียดที่กำหนดไว้ในการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน นั่นหมายความว่า หากโครงการบ้านจัดสรรมีการโฆษณาว่าภายในโครงการมีสระว่ายน้ำขนาด 20×40 เมตร, ห้องออกกำลังกาย อาคารสถานที่ อื่น ๆ ที่เป็นสาธารณะประโยชน์ภายในโครงการ เมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะต้องมี สิ่งอำนวยความสะดวกตามที่ประกาศโฆษณาไว้ เพราะถ้าหากไม่มีถือว่าผู้ขายผิดสัญญา ดังนั้นสามารถที่จะบอกเลิกสัญญาได้
  2. การจัดตั้ง นิติบุคคล และจดทะเบียนนิติบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อดูแลบริหารจัดการสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา
  3. การจัดเก็บค่าส่วนกลางโดยนิติบุคคล เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการ จ้าง ช่าง ซ่อมแซม บำรุงรักษา สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง 
  4. นิติบุคคลทำหน้าที่เป็นตัวแทนในกรณีที่มีการฟ้องเรื่องในเรื่องของสิทธิประโยชน์ของสมาชิกที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่ 10 รายเป็นต้นไป

ส่วนกฎ ข้อบังคับของหมู่บ้านจัดสรรโดยส่วนใหญ่จะอ้างถึงสิทธิและประโยชน์โดยส่วนรวมเป็นหลัก ภายใต้กฎหมายเป็นหลัก เพื่อให้การอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยการจัดการประชุมใหญ่เพื่อขอมติจากเสียงส่วนใหญ่ในการกำหนดข้อตกลงเพื่อให้ทุกคนได้ปฏิบัติตาม เช่น

  • การปรับเงินเมื่อชำระค่าส่วนกลางล่าช้า 
  • ไม่จ่ายค่าส่วนกลาง 3 เดือนจะต้องถูกระงับสิทธิ์การให้บริการสาธารณูปโภคและส่วนกลาง เช่น ไม่บริการเก็บขยะ งดการใช้สระว่ายน้ำ เป็นต้น
  • ไม่จ่ายค่าส่วนกลาง 6 เดือนไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินได้ เมื่อมีการซื้อขาย
  • ไม่จ่ายค่าส่วนกลางตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปอาจถูกฟ้องศาล 

ทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นกฎที่อ้างอิงข้อกฎหมายตาม พรบ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558 มาตรา 50 ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เป็นตามคณะกรรมการนิติบุคคลและที่ประชุมใหญ่ลงมติไว้ ซึ่งสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเองและเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ช่องทางการติดต่อ

FB : Property Management Service

Website : http://www.pmserviceth.com/

เพราะเหตุใด หมู่บ้านจัดสรร จึงต้องจ้าง บริษัทนิติบุคคลเข้ามาดูแล

เพราะเหตุใด หมู่บ้านจัดสรร จึงต้องจ้าง บริษัทนิติบุคคลเข้ามาดูแล

เพราะเหตุใด หมู่บ้านจัดสรร จึงต้องจ้าง บริษัทนิติบุคคลเข้ามาดูแล

โดยปกติแล้วเมื่อบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการบ้านจัดสรร คอนโด อาคารชุด ที่ขายโครงการและสร้างจนเสร็จ จะส่งงานต่อให้กับ นิติบุคคล อาคารชุดของโครงการให้เข้ามาบริหารเรื่องต่าง ๆ ภายในโครงการ อย่างน้อย 1 ปี เพื่อจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบ ก่อนที่จะจัดการเรียกประชุมใหญ่เจ้าของบ้านหรือเจ้าของร่วมเพื่อจัดหานิติบุคคลชุดใหม่เข้ามาบริหารแทน เพราะเจ้าของโครงการที่แท้จริง มิใช่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือนิติบุคคล หากแต่เป็นคนที่ซื้อบ้านจัดสรรหรือเจ้าของห้องชุดนั้น ๆ จึงมีการว่าจ้าง นิติบุคคล จากภายนอกให้เข้ามาช่วยดูแล อาคารสถานที่ โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารทั้งหมดได้ถูกจัดเก็บตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ ค่าส่วนกลาง ที่เจ้าของบ้านหรือเจ้าของร่วมอาคารชุดจะต้องชำระตามข้อตกลงที่ทำสัญญาเอาไว้ 

ซึ่งการจ้างนิติบุคคลจากภายนอกที่มิใช่คนในหมู่บ้านหรือเจ้าของร่วม มีข้อดีคือการทำงานในรูปแบบบริษัทมีความเป็นระเบียบ เรียบร้อยและเป็นระบบมากกว่า เพราะจะแบ่งหน้าที่ในการทำงาน เช่น ระบบบัญชี การเงิน การทำนิติกรรมทางด้านกฎหมาย การทำสัญญาต่าง ๆ ที่สำคัญที่สุดคือมีความเป็นกลางในการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ แทนได้ เพราะหากเลือกนิติบุคคลจากการคัดเลือกตัวแทนของหมู่บ้านหรือเจ้าของร่วม จะพบปัญหาดังนี้

  • การจัดเก็บค่าส่วนกลาง และกองทุนหมู่บ้าน มีความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตได้
  • ในการตัดสินปัญหาภายในโครงการอาจไม่เป็นกลาง
  • การว่างจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน ช่าง ซ่อมบำรุง อาจไม่เหมาะสมและเสี่ยงต่อการทุจริต
  • การทำงานหรือความทุ่มเทให้กับงานนิติบุคคลอาจไม่เพียงพอหรือไม่มีเวลามาทำงานด้านนิติบุคคล
  • ไม่มีความรู้ในเรื่องข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น หมู่บ้านจัดสรร อาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม จึงนิยมเลือกใช้บริการบริษัทนิติบุคคลโดยเฉพาะ  ให้เข้ามาบริหารงานแทน เพราะนอกจากจะได้มืออาชีพในการทำงานแล้ว ยังได้คนที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

ช่องทางการติดต่อ

FB : Property Management Service

Website : http://www.pmserviceth.com/

ลูกบ้านตั้งนิติบุคคลกันเองได้หรือไม่

ลูกบ้านตั้งนิติบุคคลกันเองได้หรือไม่

ลูกบ้านตั้งนิติบุคคลกันเองได้หรือไม่

สำหรับใครที่พักอาศัยภายในหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียม เชื่อว่าจะต้องรู้จักกลุ่มคนทำงานที่เรียกว่า นิติบุคคล หรือกรรมการหมู่บ้านจัดสรร เป็นอย่างดี เพราะคนกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมความเป็นอยู่ภายในหมู่บ้านหรือคอนโดมิเนียมให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น การออกระเบียบการพักอาศัย ขั้นตอนการเรียก ช่าง เพื่อซ่อมบำรุงพื้นที่ต่าง ๆ ภายในโครงการ จัดเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลาง การกำหนดนโยบายการพักอาศัย รวมถึงเป็นตัวแทนดำเนินการด้านกฎหมาย ทำให้ต้องยอมรับว่าคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรที่มีคุณภาพ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การพักอาศัยภายในหมู่บ้านจัดสรรเป็นไปอย่างเรียบร้อยและเป็นระเบียบ

หลายคนอาจคุ้นเคยว่ากรรมการหมู่บ้านจัดสรร ส่วนใหญ่มักใช้การว่าจ้างจากบริษัทภายนอกเข้ามาบริหารจัดการ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคำถามว่าแล้วลูกบ้านสามารถจัดตั้งกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเองได้หรือไม่ คำตอบ คือ ลูกบ้านสามารถจัดตั้งกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเองได้ โดยลูกบ้านจะต้องลงมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเพื่อบริหารจัดการกันเอง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วการเข้ามาบริหารกันเองนั้นจะใช้ความสมัครใจทำให้อาจไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน เว้นแต่ว่ามีวาระประชุมสำคัญสำหรับกรรมการหมู่บ้านจัดสรรที่เข้าร่วมประชุมแล้วจะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายครั้งเท่านั้น

จะเห็นว่าการจัดตั้งกรรมการหมู่บ้านจัดสรร มีทั้งแบบว่าจ้างบริษัทภายนอกและการจัดตั้งกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเพื่อดูแล อาคารสถานที่ หรือพื้นที่ส่วนกลางกันเอง โดยแต่ละแบบมีข้อได้เปรียบแตกต่างกันออกไป สำหรับข้อดีของการว่าจ้างบริษัทภายนอกคือมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการและได้เปรียบเรื่องการทำงานอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบการทำงานได้ทุกขั้นตอน ในขณะที่การตั้งกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเพื่อดูแลกันเอง ความได้เปรียบคือเป็นบุคคลที่อาจคุ้นเคยกันอยู่ก่อนแล้ว แต่อาจเสียเปรียบด้านการบริหาร เนื่องจากประสบการณ์น้อย ทำให้การว่าจ้างบริษัทภายนอกมักมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากกว่า

ไม่ว่าจะเป็นการว่าจ้างบริษัทภายนอกในการทำหน้าที่ นิติบุคคล หรือการแต่งตั้งคนในหมู่บ้านจัดสรรเพื่อทำหน้าที่นี้ ในฐานะเป็นลูกบ้านจึงควรหมั่นเป็นหูเป็นตา ตรวจสอบการทำงาน รวมถึงแจ้งเบาะแสหากพบพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อให้การทำงานของกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ก็เพื่อคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีของคนในหมู่บ้านนั่นเอง

ช่องทางการติดต่อ

FB : Property Management Service

Website : http://www.pmserviceth.com/